5. ขอบเขตการศึกษา
สำหรับขอบเขตการศึกษาโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงเพื่อคนทุกกลุ่ม บนทางหลวงหมายเลข 1004 ตอน ห้วยแก้ว – พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จะดำเนินการศึกษาในด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับกระบวนการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีรายละเอียดดังนี้
5.1 งานสำรวจและคาดการณ์ปริมาณจราจร และวิเคราะห์ระดับการให้บริการ
การสำรวจปริมาณการจราจรในสภาพปัจจุบัน สำรวจจุดต้นทางและปลายทางของการเดินทาง เพื่อวิเคราะห์สภาพการจราจรในปัจจุบันและนำมาคาดการณ์ปริมาณจราจรในอนาคต รวมทั้งสำรวจความต้องการเดินทาง และศึกษาแผนพัฒนาต่างๆ ที่ส่งผลให้ความต้องการเดินทางเปลี่ยนแปลงไป เช่น การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในพื้นที่ สภาพเศรษฐกิจ เป็นต้น ทั้งบนเส้นทางหลักและบริเวณทางแยกต่างๆ โดยจำแนกตามประเภทที่เหมาะสมในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์สภาพการจราจรในปัจจุบัน และคาดการณ์สภาพการจราจรในอนาคตของพื้นที่ศึกษา และเพื่อนำมาประกอบการออกแบบถนนโครงการ รวมทั้งออกแบบปรับปรุงทางแยกที่เหมาะสม พร้อมทั้งแนะนำรูปแบบการพัฒนาในอนาคต
5.2 งานสำรวจแนวทางและระดับ
สำรวจรายละเอียดภูมิประเทศ สำรวจแนวทาง สำรวจระดับทั้งตามยาวและตามขวาง พร้อมทั้งสำรวจเส้นชั้นความสูง สำรวจรายละเอียดสองข้างทาง สำรวจทางแยกและย่านชุมชน สำรวจรายละเอียดสิ่งก่อสร้าง สาธารณูปโภค สาธารณูปการ ร่องน้ำ ระดับน้ำ ข้อมูลทางอุทกวิทยา ข้อมูลการสัญจรทางน้ำในลำน้ำ วางหมุดหลักฐานแผนที่ และสำรวจรายละเอียดครอบคลุมพื้นที่โครงการทั้งหมด รวมถึงรายละเอียดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานด้านจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการออกแบบโดยดำเนินการสำรวจตามมาตรฐานสากลที่ทันสมัย และมาตรฐานกรมทางหลวง
5.3 งานออกแบบรายละเอียดงานทาง
การออกแบบรายละเอียดงานทางในด้านต่างๆ ได้แก่ การออกแบบแนวเส้นทาง รูปตัดตามยาวและรูปตัดตามขวาง รูปตัดทางแยก ทางขนาน ทางข้าม ทางลอด เครื่องหมายและป้ายจราจร รวมถึงงานระบบอำนวยความปลอดภัยการจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ และงานอื่นๆ ที่จำเป็น โดยการออกแบบจะเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ทันสมัยและมาตรฐานของกรมทางหลวง โดยแนวคิดในการออกแบบจะทำการประเมินคุณภาพเส้นทางโครงการ ถนนเดิมมีขนาด 2-3 ช่องจราจร ซึ่งจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมทางเดินเท้าและช่องทางจักรยานสำหรับนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ในการพิจารณารูปแบบของโครงการที่ปรึกษาได้แบ่งแนวคิดเบื้องต้นได้เป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ รูปตัดช่วงพื้นที่ทางราบ/เนิน และรูปตัดช่วงพื้นที่ภูเขา แสดงดังตัวอย่างในรูปที่ 5.3-1 ถึง รูปที่ 5.3-2
รูปที่ 5-2 แนวคิดรูปแบบทางหลวงเบื้องต้น กรณีพื้นที่ทางราบ/ทางเนิน
รูปที่ 5-3 แนวคิดรูปแบบทางหลวงเบื้องต้น กรณีพื้นที่ภูเขา
5.4 งานออกแบบโครงสร้างชั้นทาง วิเคราะห์เสถียรภาพและการทรุดตัวของคันทาง
ออกแบบให้โครงสร้างชั้นทางให้คงทนต่อสภาพแวดล้อม และการใช้งานโครงสร้างชั้นทางไม่พังเสียหาย ภายในช่วงอายุการออกแบบด้วยการออกแบบสร้างโครงสร้างชั้นทางจากวัสดุหลายชนิดและหลายชั้น (Composite Layer) ที่มีคุณสมบัติ และความหนาที่เหมาะสมผิวทางที่ใช้ทั่วไป ได้แก่ ผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Pavement) จัดเป็นผิวถนนแบบยืดหยุ่นและผิวคอนกรีต (Concrete Pavement) หรือผิวคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Pavement) จัดป็นผิวถนนแบบแข็งการเลือกใช้ผิวแอสฟัลต์คอนกรีต หรือผิวคอนกรีต ขึ้นอยู่กับปริมาณการจราจร และน้ำหนักที่กระทำเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งอายุการใช้งาน
5.5 งานออกแบบโครงสร้างสะพาน อาคารระบายน้ำและโครงสร้างอื่นๆ
การออกแบบโครงสร้างสะพาน และอาคารระบายน้ำจะทำการศึกษารูปแบบโครงสร้างต่างๆ โดยพิจารณาถึงความแข็งแรงต่อการรับน้ำหนักบรรทุกต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงแรงกระทำเนื่องจากแผ่นดินไหว โดยเน้นการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตย์ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้อาคารและโครงสร้างมีความเป็นเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และมีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
5.6 งานระบายน้ำ
จะมีการศึกษาลักษณะต่างๆ ทางด้านอุทกวิทยา และสภาพการระบายน้ำในบริเวณพื้นที่ รวมทั้งระบบน้ำทิ้งเดิมจากชุมชนที่มีผลกระทบต่อทางหลวง และออกแบบระดับถนน ช่องทางระบายน้ำ สะพาน และโครงสร้างระบายน้ำอื่นๆ ให้สอดคล้องกัน โดยการออกแบบจะระมัดระวังไม่ทำให้การก่อสร้างทางหลวงเป็นเหตุให้สภาพการระบายน้ำของพื้นที่โดยรอบเสียหาย และส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำของแหล่งน้ำต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อให้ได้รูปแบบการระบายน้ำที่เหมาะสมเพียงพอต่อการระบายน้ำ ไม่ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง โดยคำนึงถึงความเรียบร้อย สวยงามและการบำรุงรักษาที่ง่าย เลือกใช้วัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน มีความกลมกลืนระหว่างพื้นที่กับโครงสร้างสะพานหรือทางลอด โดยคำนึงถึงความสามารถในการระบายน้ำของโครงสร้างไม่ให้กีดขวางลำน้ำเป็นหลัก
5.7 งานระบบไฟฟ้าแสงสว่างถนน
จะทำการออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างถนนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถและถนนในเวลากลางคืน โดยออกแบบให้แสงสว่างมีความเหมาะสมเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อไม่ให้เกิดความเมื่อยล้าหรือต้องเพ่งสายตามากในการมอง
5.8 งานสถาปัตยกรรม
งานสถาปัตยกรรมของอาคารต่างๆ ในโครงการ เช่น โครงสร้างสะพาน ทางลอด อาคารระบายน้ำ ภูมิสถาปัตย์งานทาง หรือส่วนประกอบอื่นๆ ให้มีความสวยงาม ทันสมัย สอดคล้องกับลักษณะของพื้นที่โดยคำนึงถึงภูมิทัศน์ การใช้ประโยชน์ของพื้นที่ ที่ปรึกษามีแนวคิดในการออกแบบจุดพักรถและจุดชมวิวสำหรับนักท่องเที่ยวได้มีการพักผ่อนของโครงการ โดยแนวคิดเบื้องต้นแสดงดังรูปที่ 5.8-1
รูปที่ 5.8-1 รูปตัวอย่างจุดพักรถและจุดชมวิว
5.9 งานดำเนินการด้านสาธารณูปโภค
ดำเนินการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อมูลและออกแบบตำแหน่งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อแสดงสาธารณูปโภคที่จะต้องทำการรื้อย้ายพร้อมทั้งเสนอแนะรูปแบบตำแหน่งและขนาดของสาธารณูปโภคที่ต้องก่อสร้างทดแทนหรือเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม เพียงพอต่อความต้องการของระบบสาธารณูปโภค โดยจัดหาและรวบรวมข้อมูลทางด้านสาธารณูปโภค เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบท่อประปา ระบบสายโทรศัพท์ ระบบสายเคเบิ้ลต่างๆ เป็นต้น จากนั้นนำข้อมูลข้างต้นมาระบุในแผนที่ภูมิประเทศ ร่วมกับข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม เพื่อให้ได้แผนที่แสดงสาธารณูปโภค นำมาใช้ประกอบการออกแบบรายละเอียด
5.10 งานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
สำรวจปริมาณ และราคาทรัพย์สินเพื่อเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ในงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคาร และต้นไม้ พร้อมทั้งจัดทำแผนที่ประกอบร่างพระราชกฤษฎีกา การกำหนดเขตทาง การประมาณจำนวนและราคาทรัพย์สินที่ถูกเขตทางทั้งที่ดิน อาคาร และต้นไม้ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะใช้ในการจัดกรรมสิทธิ์
5.11 การตรวจสอบข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม
รวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ศึกษา และพื้นที่อ่อนไหวต่อด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากฐานข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems: GIS) และข้อมูลทุติยภูมิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปรียบเทียบกับเงื่อนไขในการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับลักษณะโครงการ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2566
5.12 การมีส่วนร่วมของประชาชน
กรมทางหลวงได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดโครงการ โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลข่าวสารแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน มีความโปร่งใส เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสรับทราบข้อมูลความคืบหน้าของโครงการและร่วมกันแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะได้ในทุกขั้นตอนการศึกษา รายละเอียดแสดงดังรูปที่ 5-6
รูปที่ 5-6 สรุปขอบเขตและแนวทางการศึกษา
